ไหว้เสริมดวงกับพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร

การสักการะพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร เป็นอีกสิ่งที่คนไทยพุทธนิยมเดินทางไปกราบไหว้สักการะกันเมื่อมีโอกาส เพราะหลายคนเชื่อกันว่าหากได้ไปกราบไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเอง จะช่วยเสริมบารมี และเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต เมื่อมีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แล้วมีโอกาสจึงควรไปไหว้สักครั้งหนึ่ง วันนี้จึงยกเอาพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตรมาฝาก ไปดูกันค่ะว่ามีที่ไหนกันบ้าง

พระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (ปีชวด)
“พระธาตุศรีจอมทอง” ตั้งอยู่ที่วัดวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุศรีจอมทองถูกสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุที่เป็นส่วนหนึ่งของพระเศียรของพระพุทธเจ้า ได้รับการบูรณะในสมัยต่างๆ จนถึงปัจจุบัน พระธาตุนี้ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของชาวพุทธ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีชวด เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของ 12 นักษัตรปีชวด ซึ่งหากใครมีโอกาสได้ไปไหว้จะเห็นรูปปั้นหนูอยู่บริเวณรอบพระธาตุ

พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง (ปีฉลู)
“พระธาตุลำปางหลวง” ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบล้านนาที่สวยสดงดงาม สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20 เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบพุกามล้านนา ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เพราะมีการปิดทองจังโกคล้ายแบบพุกาม เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นวัดที่มีความสำคัญและเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำปาง และเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีฉลู

พระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ (ปีขาล)
“พระธาตุช่อแฮ” เป็นโบราณสถานอายุกว่าพันปี เจดีย์สีทองอร่ามทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบ ศิลปะแบบเชียงแสน ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ และพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดแพร่ สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยโดยเป็นศิลปะแบบล้านนา สำหรับชื่อพระธาตุ “ช่อแฮ” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจาก “ช่อแพร” โดยคำว่า “แพร” มาจากผ้าแพร เชื่อว่าเป็นชื่อของสถานที่ตั้งองค์พระธาตุ คือ “ดอยโกสิยธชัคคะบรรพต” ซึ่งมีความหมายว่า ดอยแห่งผ้าแพรอันงดงาม ด้วยเหตุนี้ ผู้เดินทางมาไหว้พระธาตุช่อแฮ จึงนิยมนำผ้าแพรเนื้อดีมาถวาย ตามคติความเชื่อของชาวล้านนาโบราณ “พระธาตุช่อแฮ” เป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีขาล เชื่อกันว่าหากคนที่เกิดปีขาลได้มาไหว้พระธาตุช่อแฮ ก็จะได้รับอานิสงส์ผลบุญที่สูงล้น

พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน (ปีเถาะ)
“พระธาตุแช่แห้ง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน และเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีเถาะ ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์มาถึงภูเพียงแช่แห้ง และพบกับพระอมละราชและพระมเหสีที่มาสรงน้ำที่เดียวกับพระองค์สรงน้ำอยู่ พระอมละราชได้ถวายผ้าขาวให้พระพุทธเจ้าใช้สรงน้ำ แต่ผ้านั้นกลายเป็นทองคำ พระอานนท์จึงขอพระเกศาธาตุบรรจุในกระบอกไม้ซาง มอบให้พระอินทร์นำไปเก็บในอุโมงค์พร้อมผ้าทอง โดยพระอินทร์ได้ก่อพระเจดีย์สูง 7 ศอกไว้ด้านบน ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 1896 พระยากานเมืองได้ส่งช่างไปร่วมสร้างวัดหลวงที่สุโขทัย พระยาลือไทยจึงมอบพระธาตุ 7 พระองค์ และพระพิมพ์คำ พระพิมพ์เงินอีกอย่างละ 20 องค์ ให้พระยากานเมือง ซึ่งได้นำไปบรรจุไว้ที่ภูเพียง และพบพระเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า พระองค์จึงให้ทำอุโมงค์ประดิษฐานพระบรมธาตุใหม่ และก่อพระเจดีย์เป็น “พระธาตุแช่แห้ง” เฉกเช่นในปัจจุบันนี้

พระธาตุพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ (ปีมะโรง)
“วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” หรือ “วัดพระสิงห์” สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2431 โดยพระเจ้าผายูแห่งราชวงศ์มังราย แต่เดิมมีชื่อว่า “วัดลีเชียงพระ” เนื่องจากวัดตั้งอยู่ใกล้ตลาดกลางเมือง ซึ่งคำว่า “ลี” ในภาษาล้านนาแปลว่า “ตลาด” ต่อมาในศตวรรษที่ 20 พระเจ้าแสนเมืองได้มีการอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” มาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ จากนั้นจังเปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็นวัดพระสิงห์แทน ภายในประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนกระดูกข้อมือซ้ายบรรจุรวมกับพระเกศา เป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีมะโรง หากมีโอกาสควรมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

พระมหาเจดีย์พระพุทธคยา ประเทศอินเดีย (ปีมะเส็ง)
“เจดีย์พุทธคยา” หรือ “พระมหาโพธิ์เจดีย์” คืออนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงสูง เป็นสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอินเดีย สูงประมาณ 170 ฟุต แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกประดิษฐานพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะปาละ ส่วนชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร บริเวณโดยรอบเจดีย์มีเจดีย์บริวารล้อมอยู่ทั้ง 4 ทิศ ซึ่งในบ้านเราได้มีการจำลองเจดีย์พุทธคยาไว้ที่ “วัดอนาลโยทิพยาราม” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “วัดอนาลโย” ตั้งอยู่ที่จังหวัดพะเยา เป็นวัดที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ มากมาย ทั้ง ศิลปะแบบสุโขทัย พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดก็สร้างด้วยความประณีตสวยงามอย่างมาก ผู้ที่เกิดปีมะเส็งจึงไม่ต้องไปไกลถึงอินเดีย ก็สามารถไหว้พระธาตุประจำปีเกิดจำลองได้ที่วัดแห่งนี้

พระธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า (ปีมะเมีย)
“พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของพม่า และยังไปเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่าที่ควรค่าแก่การไปสักการะ อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีมะเมียอีกด้วย เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระโคตมพุทธเจ้า ยอดสุดขององค์เจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำค้างประดับด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ และเพชร 5,448 เม็ด ชั้นบนสุดมีทับทิม 2,317 เม็ดและเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต แต่ถ้าหากไม่สามารถเดินทางไปถึงพม่าได้ ก็สามารถไปไหว้พระบรมธาตุ จังหวัดตาก แทนได้เช่นกัน

พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ (ปีมะแม)
“พระธาตุดอยสุเทพ” ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 โดยพระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาสุมนเถระ นำมาจากเมืองศรีสัชนาลัย เมื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาสู่เชียงใหม่แล้ว พระธาตุได้แยกเป็นสองส่วน พระเจ้ากือนาทรงเลื่อมใส ได้อัญเชิญบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนองค์ที่สอง ได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างเพื่อเสี่ยงทายว่าช้างหยุดที่ใด ก็จะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่นั่น จากการเสี่ยงทายช้างได้มาหยุดตรงที่ดอยสุเทพ จึงให้สร้างพระธาตุที่นี่ พระธาตุดอยสุเทพจัดได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดเชียงใหม่ที่ทุกคนจะต้องไปหากมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะเป็นสถานที่ยอดนิยมแล้ว ยังเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีมะแม หากใครเดินทางไปกราบไหว้สามารถเดินขึ้นบันไดนาค 300 ขั้น หรือจะเลือกบริการกระเช้าขึ้น-ลงก็ได้

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม (ปีวอก)
“พระธาตุพนม” พระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีวอก และผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ซึ่งพระธาตุพนมแห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือของสองริมฝั่งโขงทั้งคนไทยในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคนลาวที่ศรัทธาก็ได้ข้ามฝั่งมาสักการะด้วยเช่นเดียวกัน มีความเชื่อกันว่าหากใครได้มาไหว้พระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และจะมีความเจริญรุ่งเรือง

พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน (ปีระกา)
“พระธาตุหริภุญชัย” พระธาตุสำคัญของชาวจังหวัดลำพูน และเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีระกาตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุหริภุญชัยเป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญแห่งดินแดนล้านนา สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 1607 โดยพระเจ้าอาทิตยราชเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ลักษณะขององค์พระธาตุที่สร้างแรกเริ่มเดิมทีเป็นไปตามพุทธทำนาย คือเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงปราสาท สูง 12 ศอก (6 เมตร) มีซุ้มทวารเข้า- ออกทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาทศิลาแลงสี่เหลี่ยมอยู่มุมละองค์ ครั้นเมื่อพญามังรายเข้ามายึดเมืองหริภุญชัยทรงโปรดให้บูรณะองค์พระธาตุปรับปรุงเป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอด ต่อมาในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งราชวงศ์มังราย โปรดให้บูรณะพระธาตุหริภุญชัยครั้งใหญ่ มีการปรับรูปทรงเป็นเจดีย์ดังรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน

พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี จังหวัดเชียงใหม่ (ปีจอ)
“พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี” ตั้งอยู่ในวัดเกตการาม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีจอ โดยวัดเกตการามอยู่เรียบบริเวณริมแม่น้ำปิง สร้างขึ้นในเมื่อปี 1971 สมัยพญาสามฝั่งแกน โดยภายในพระธาตุบรรจุเครื่องทรงและพระเมาฬีของเจ้าชายสิทธัตถะเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธองค์ หลังการถวายพระเพลิงพระบรมศพอีกด้วย ผู้ที่เกิดปีจอหากมีโอกาสควรมาสักการะสักครั้งหนึ่งถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง

พระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย (ปีกุน)
“พระธาตุดอยตุง” ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย และเป็นพระธาตุประจำนักษัตรของผู้ที่เกิดปีกุน ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ (ปัจจุบันคือ อ.แม่จัน จ.เชียงราย) พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่พระเจ้าอชุตราชได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้บนดอยแห่งนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจึงได้ให้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วา ปักบนยอดเขา หากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยเจ้ามังรายนราชแห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ เจ้ามังรายนราชจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้
หากชื่นชอบบทความสามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่เว็บไซต์ ศูนย์วัตถุมงคล คู่บุญบารมี หรือเข้าไปกดติดตาม กดไลก์ กดถูกใจเพื่อเป็นกำลังใจให้กันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์วัตถุมงคล คู่บุญคู่บารมี ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ
